หมัดลูกครึ่งผึ้ง

หมัดลูกครึ่งผึ้ง ผมจัดเตรียมจะขึ้นสังเวียนกับเด็กที่ชื่อว่า แคสเซียส เคลย์

หมัดลูกครึ่งผึ้ง รับเลยก็ได้ว่าไอ้หมอนี่เป็นคนไหนผมก็ไม่เคยรับรู้ชื่อ … จนตราบเท่าคนดูแลผมพูดว่า ไอ้เด็กคนนี้มันพึ่งจะได้เหรียญทองโอลิมปิกพยายามโว้ย”

นี่เป็นคำยอมรับสารภาพของ ทูนนี่ย์ ฮันเซเกอร์ นักต่อยที่มิได้มีชื่อเสียงอะไรแต่ว่าแปลงเป็นที่จำในโลกของหมัดมวย เพราะว่าเขาเป็นคู่ต่อยคนแรกของ แคสเซียส เคลย์ ที่ตอนหลังเปลี่ยนแปลงชื่อเป็น “มูฮัมหมัด อาลี” ข่าวมวย วันนี้

อาลี ในวัย 18 ปี จัดจ้าแค่ไหน ไฟต์ที่เป็นเสมือนการจุดประกายแล้วก็สร้างประวัติศาสตร์ของแวดวงมวยสากลไฟต์นั้นกำเนิดอะไรขึ้นบ้าง ?

เนื่องในวันที่ 29 เดือนตุลาคม 1960 เป็นวันแรกที่ มูฮัมหมัด อาลี ขึ้นสังเวียนไฟต์แรกในแวดวงมวยสากลอาชีพ Main Stand ขอย้อนเรื่องราวในวัยเด็กของเขา ขณะก่อนที่จะเขาจะแปลงเป็นตำนาน

หมัดลูกครึ่งผึ้ง

ที่เมืองหฝ่าส์วิลล์ เมืองเคนทักกี ตรงนี้เป็นเมืองที่มีประชาชนผิวดำคิดเป็นกึ่งหนึ่งของเมือง รวมทั้งถ้าย้อนกลับไปเมื่อยุค 1940-50s สมัยนั้นนับว่าเป็นสมัยที่แวดวงอุตสาหกรรมเริ่มรุ่งเรือง ในเมืองนี้ก็เลยเต็มไปด้วยโรงงานต่างๆเยอะมาก

มีรถไฟเป็นการการติดต่อสื่อสารหลักของคนเรา เพราะเหตุว่าแพงถูกเยอะที่สุดเท่าที่จะถูกได้ ในช่วงเวลาที่บ้านรวมทั้งที่อยู่ที่อาศัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตของคนดำนั้นชอบเป็นแฟลตห้องพักที่อยู่กันอย่างคับแคบ

หรือเป็นบ้านแบบทาวน์เฮาส์ (ถ้าเกิดคิดภาพไม่ออกให้รำลึกถึงภาพบ้านเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ในประเทศไทยแต่ว่าเล็กและก็แออัดกว่า) โดยบ้าน 1 ข้างหลังจะอยู่กันเป็น 1 ครอบครัวใหญ่ และก็อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีผู้อาศัยในบ้านข้างหลังนั้นมากยิ่งกว่า 10 คน

แน่ๆเด็กที่เกิดมาในช่วงนั้นจำเป็นต้องเริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่อายุยังน้อย อย่าลืมว่าข้อบังคับควบคุมแรงงานก็มิได้ครัดเคร่งราวกับปัจจุบันนี้ แม้บ้านหลังไหนขาดเงินส่งลูกให้เรียนหนังสือ ก็จะต้องเอาลูกๆออกมาช่วยปฏิบัติงาน

และก็การขาดการเรียนรู้ก็ทำให้ชีวิตของเด็กใครหลายๆคนไม่ได้มีคุณภาพเท่าไรนัก บางเวลาพวกเขาก็เลือกเดินทางไม่ถูก หันไปเป็นอันธพาลหรือหาเรื่องข้องแวะกับตารางกับตารางไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ตรงนี้เป็นภูมิลำเนาของ มูฮัมหมัด อาลี หรือชื่อเดิมเป็น แคสเซียส เคลย์ (ในที่นี้จะขอเรียกว่า อาลี เพื่อเข้าใจง่าย) อาลี

เกิดขึ้นมาในครอบครัวที่อนาถา แม้กระนั้นก็มิได้ถึงกับแร้นแค้นจนกระทั่งจำต้องยากจน ฉะนั้นเขาก็เลยเป็นเด็กดีของที่บ้านโดยตลอด บิดาของเขาเป็นช่างวาดเขียน รับงานประพันธ์ป้ายที่ใช้โฆษณาหรือใบเสร็จรับเงินกระดานต่างๆในตอนที่แม่ของเขาดำเนินการเป็นบุคลากรชำระล้าง

อาลี ตั้งอกตั้งใจเรียนหนังสือโดยตลอด เขามีรถจักรยานคู่ใจ 1 คันสุดที่รักมากมายๆที่บิดาของเขาซื้อให้เป็นของขวัญวันคริสต์มาสตอนเขาอายุ 12 ปี รถจักรยานคันใหม่มากคันนี้ อาลี จะปั่นไปทั้งเมืองและก็แน่ๆเขาไม่ลืมเลือนที่จะปั่นไปสถานที่เรียนเพื่ออวดสหายๆด้วย

หมัดลูกครึ่งผึ้ง

เขาหยุดรถจักรยานรวมทั้งล็อกกุญแจอย่างยอดเยี่ยมก่อนที่จะเดินเข้าห้องประชุมโคลัมบัส แล้วก็ภายหลังจากทำธุระเสร็จในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง เขากลับออกมายังที่ที่เคยหยุดรถจักรยานสุดรักไว้ เพียงแต่ว่าในตอนนี้มันโดนตัดโซ่รวมทั้งหายไปเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว https://www.mmajacked.com

นี่เป็นความขุ่นเคืองระดับทะลุปรอททีแรกของเด็กอายุ 12 ปี เด็กชาย อาลี เดินไปยังโรงพักที่ใกล้ที่สุดแล้วตกลงใจฟ้องร้อง นี่ดูเหมือนเป็นการปฏิบัติที่สุดยอดมากมายที่เขาคิดแก้ไขปัญหาได้ไวโดยไม่จำเป็นต้องใช้กำลัง ไม่เสี่ยงที่จะเจ็บตัว แต่ว่าภายหลังจากตำรวจถามเขาว่า “ไอ้หนู แล้วนายจะทำอย่างไรหากพวกเราจับผู้ที่ลักขโมยรถจักรยานของนายมาได้” … อาลี ตอบว่า “ผมจะต่อยหน้าแม่งให้สลบที่ตรงนี้เลย” ด้วยความขุ่นเคืองสุดๆ

ข้าราชการคนนั้นชื่อว่า โจ มาร์ติน เขาเล่านี้อย่างร่าเริงแจ่มใสในตอนหลัง เขาหัวเราะเสียงกึกก้องที่มองเห็นเด็กหัวร้อนเลือดขึ้นหน้าเนื่องจากรถจักรยานหาย รวมทั้งอยากที่จะต่อยผู้ที่ลักขโมยมากยิ่งกว่าการเอารถจักรยานคืน

“ไอ้หนู แล้วเอ็งจะไปต่อยเขาเนี่ยมึงต่อยมวยเป็นหรือยัง ? มนุษย์เราเนี่ยถ้าเกิดต้องการจะต่อยคนใดกันแน่แม้กระนั้นไม่เคยรู้แนวทางต่อยมันจะเอียงเพราะเหตุว่าเป็นข้างแพ้เขามากยิ่งกว่านะ นายจะเลียนแบบนั้นไหม ? … ถ้าหากไม่ มาเรียนชกมวยกับฉันดีมากยิ่งกว่า” ข้าราชการ โจ มาร์ติน ยื่นข้อเสนอแล้วก็ถูกใจในความดุเดือดเลือดพล่านของอาลี … ชายหนุ่มตอบรับโดยใช้ความโมโหนำทาง โดยที่ไม่เคยรู้เลยว่าวินาทีประวัติศาสตร์มวยโลกได้ถูกเริ่มนับ 1 แล้วในวันนั้น

DNA เป็นสิ่งที่ถ่ายทอดกันได้ผ่านทางเชื้อสาย บางบุคคลหน้าเสมือนบิดา บางรายจมูกเสมือนแม่ แต่ว่าสำหรับ อาลี เขาได้ DNA ของทั้งคู่คนมารวมไว้ภายในตนเอง รวมทั้งศึกษาค้นพบว่ามันมีคุณประโยชน์มากมายๆเมื่อเขาขึ้นเวที

อาลี เล่าว่าบิดาของเขาเป็นช่างวาดเขียนที่มีความตำหนิสต์สุดๆ ถูกใจทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นศิลป์ ร้องรำทำเพลง ถูกใจเต้น ด้วยลีลาท่าทางที่พริ้วไหว ส่วนแม่ของเขาด้านนอกเป็นคนใจดีมีอารมณ์ขัน แต่ว่าเบื้องหน้าเบื้องหลังเป็นการเป็นคุณแม่นักสู้ผู้ทรหดอดทนทำงานมาก ทั้งยังหารายได้เข้าบ้านแล้วก็รับผิดชอบงานบ้านงานเรือนทั้งหมดทุกอย่าง รวมทั้งการดูแลทุกคนในครอบครัว

เขาได้รับส่วนประกอบทั้งผองมา ลีลาท่าทางสเต็ปเท้าที่พริ้วไหวเป็นผลมาจากการได้ฟังเพลงรวมทั้งเต้นตามฟีลลิ่งมาตั้งแต่เด็ก ในขณะที่การเห็นแม่ทำงานมากก็ดูดซึมเข้ามาในตัวกระทั่งแปลงเป็นผู้ที่มีน้ำอดน้ำทน ไม่ยกเลิกอะไรกล้วยๆจวบจนกระทั่งวัตถุประสงค์จะเสร็จ ถ้าหากมีความคิดว่าเหตุผลที่ อาลี ได้สมญานามว่า “พริ้วราวกับผีเสื้อ ต่อยเจ็บเสมือนผึ้ง” ที่เกิดขึ้นจากแนวทางการต่อยของเขา บางทีอาจแสดงว่าบิดาและก็แม่ของเขามีส่วนอย่างยิ่งที่ทำให้เขาถูกโจษขานไปในแนวทางนี้

เจ้าหน้าเจ้าตานี่ โจ มาร์ติน บอกเสมอว่าเด็กวัยหนุ่มอย่าง อาลี เป็นความภาคภูมิของเขา โคลัมเบีย ยิม ที่เขาดูแลภายใต้งบประมาณของโรงพักหฝ่าส์วิลล์ นับว่าเป็นโรงยิมชกมวยสำหรับเด็กผิวดำโดยยิ่งไปกว่านั้น เพราะเหตุว่าในสมัย 50s มีการแบ่งสีผิวกระจ่างแจ้ง คนดำจำเป็นต้องดำรงชีวิตแบบประชากรชั้นสอง

การได้รับการดูแลจากเมืองน้อยกว่า ทำให้ผู้ใดก็ตามที่ฝึกหัดในยิมนี้แล้วอยากได้รับประสิทธิภาพระดับเดียวกับที่โรงยิมใหญ่ๆที่มีเครื่องมือล้ำยุค มีผู้ฝึกสอนพอเพียงกับเด็กได้ จึงควรอุตสาหะให้มากยิ่งกว่าบุคคลอื่นหลายเท่า

อาลี อาจเริ่มชกมวยเพียงแต่เพราะเหตุว่าต้องการต่อยหน้าผู้ที่ลักขโมยรถจักรยาน แม้กระนั้นเมื่อได้ทดลองเขาก็เลยทราบดีว่าเขารักมันจริงๆอาลี ทำงานมากมากมายไม่ใช่แค่บนสังเวียน คาแร็กเตอร์ยียวนขี้โอ่สุดกวนบาทาของเขาก็ถูกดีไซน์โดยตัวของเขาเอง เขาเป็นคนรู้จักกันหาจุดขายและก็เรียกความพึงพอใจมายังตนเองได้เสมอ

“ตอนเด็กๆผมมองเห็นนักมวยปลุกปล้ำคนหนึ่งในทีวีชื่อว่า กอร์เจียส จอร์จ นักมวยปลุกปล้ำคนนั้นมีคาแร็กเตอร์ออกแนวๆไอ้หนุ่มเจ้าสำอางถูกใจคุยโตเรื่องความสวยของกล้ามและก็ความมีเสน่ห์ของตน ผมถูกใจมากมายเลยจ๊ะ ผมยึดเอาคำขวัญของเขามาเป็นแนวทางต่อยของผม เขาพูดว่า ‘ถ้าหากไอ้เลวใครกล้าสัมผัสบริเวณใบหน้าอันรูปหล่อของฉันล่ะก็ ฉันจะต่อยมันให้หน้าคะมำแบบไม่ทันได้กะพริบตาเลย’ … ผมว่าคำคมนี้มันโคตรจะชื่นชอบผมแบบสุดๆผมก็เลยโม้ตลอดว่าผมเก่งที่สุด เท่านั้นไม่พอยังหล่อที่สุดอีกด้วย ผมตกลงใจว่าจะเป็นนักสู้ที่ขี้คุยมากกว่าที่ กอร์เจียส จอร์จ เคยทำ ยืนยันว่าเจ๋งแน่ๆ” อาลี แถลงการณ์ในรายการกับ โอปราห์ วินฟรีย์ สมัยก่อนรายการทอล์กโชว์วาไรตี้เบอร์ 1 ของ อเมริกา ในช่วงเวลาที่เขาอายุ 60 ปี

ทั้งหมดทุกอย่างถูกวางเอาไว้หมดด้วยตัวของเขาเองทั้งยังกรรมวิธีการต่อยที่เร็วพริ้วไหว มีความหนักของหมัดจากการฝึกหัดที่ถูกทาง ที่สำคัญยังมีคาแร็กเตอร์คุยโวโอ้อวด อาลี เป็นแบบนี้มานานแล้ว และไม่ถูกสงสัยเลยว่าเพราะเหตุไรฝีปากของเขาก็เลยแซ่บมากตั้งแต่ชายหนุ่มกระทั่งแก่อย่างยิ่งจริงๆ

โจ มาร์ติน กับ อาลี ฝึกกันบ่อยๆทุกเมื่อเชื่อวัน เขาพา อาลี ไปแข่งขันระดับภูมิภาคในรายการต่างๆกระทั่ง อาลี เริ่มจะเก่งเกินกว่าที่โรงยิมของเขาจะรั้งไว้ได้ โจ ก็เลยได้พา อาลี ไปออกรายการ ซึ่งเป็นรายการแนวหมัดๆมวยๆราวกับที่บ้านพวกเรามีการแข่ง “มวยไทย 7 สี” แม้กระนั้นเป็นเวทีของเยาวชน

อาลี ไปออกรายการนั้นและก็ชนะทุกคน ตราบจนกระทั่งท้ายที่สุด โจ มาร์ติน ที่เป็นผู้ฝึกสอนสมัครเล่นพร้อมๆกับการเป็นตำรวจก็ส่งอาลีถึงแม้ว่าจะผู้ฝึกสอนมือโปรอย่าง เฟร็ด สโตเนอร์ ต่อนี้ไปล่ะ สิ่งที่ อาลี เตรียมมาเพื่อตนเองได้ถูก สโตเนอร์ อบรมไปอีกระดับ

ท่าทางพริ้วไหวราวกับผีเสื้อ ไม่ใช่แค่คำคมแต่ว่าพริ้วจริงๆเกินกว่าที่คนใดจะต่อยโดนกล้วยๆจำพวกที่ว่าแม้กระทั่งไม่ตั้งการ์ดก็บางครั้งก็อาจจะเอาชนะคู่ปรับได้โดยที่หน้ายังหล่อใสไม่มีรอยหมัดเลยด้วย ในเวลาที่การเอาจริงเอาจังของหมัดก็ถูกเสริมขึ้นด้วยการเหวี่ยงกำปั้นที่ถูกทาง ต่อยอีกทั้งไหล่ ไปตลอดตัว ประเภทที่ว่าเข้าปลายคางเป็นหลับ สมสมญานาม “ต่อยเจ็บราวกับผึ้ง” ทุกสิ่งทุกอย่างที่ถูกตั้งชื่อขึ้นมาแบบโวๆเปลี่ยนเป็นความจริงได้ผ่านการฝึกอบรมที่เอาจริงเอาจังตลอดเวลา 5 ปี อีกสิ่งที่ไม่เคยตกเป็นลีลาท่าทางการสนทนาผ่านสื่อที่เรียกเสียงหัวเราะและก็ความพอใจได้ตลอด จนได้รับอีกสมญานามว่า “ไอ้ขี้โอ่ที่หฝ่าส์วิลล์”

อาลี บอกเสมอว่าคนอย่างเขามิได้เรียกว่าขี้โอ่ ให้ใช้คำว่าขี้โม้ดูเหมือนจะเหมาะสมกว่า เนื่องจากสิ่งที่เขากล่าวไว้ ชอบเปลี่ยนเป็นจริงในตอนปลายเสมอ แล้วอย่างนี้จะเรียกว่า “ขี้โอ่” ได้เช่นไร ?

จะเก่งมาจากไหนแต่ว่าเด็กวัยรุ่นก็ยังคงเป็นหนุ่มน้อยอยู่ดี อาลี เลือกเทิร์นโปรตอนอายุ 18 ปี ภายหลังที่ได้เหรียญทองโอลิมปิก

ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นจริงจากที่ อาลี ได้คุยโตไว้ แล้วก็เป็นไปตามที่ ฮันเซเกอร์ ทาย ภายหลังจบไฟต์นั้น อาลี เดินหน้าชนะเป็นว่าเล่น กระทั่งครองแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวตสมัยแรกด้วยการเอาชนะ ชอนนี่ ลิสตัน ในปี 1964

By admins